หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์  | กระดานถาม-ตอบ  | ระบบงานศาลยุติธรรม   |
  ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2557 English  version Thai  version  
หน้าแรก 
เกี่ยวกับศาล 
ข้าราชการ / เจ้าหน้าที่ศาล  
Download แบบฟอร์ม  
ค้นหาข้อมูลคดี 
อัตราค่าส่งคำคู่ความ  
ติดต่อศาลและแผนที่เดินทาง  
พ.ร.บ.และข้อกำหนด  
สถิติคดี  
ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา 
CIPITC Library  
FAQs  
ศาลจังหวัดกับคดีทรัพย์สินทางปัญญา  
ข่าวประกวดราคา/สอบราคา  
ประกาศศาล/คำสั่ง  
ผู้ดูแลระบบ 

      ความเป็นมา
ศาลใหม่                ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจัดตั้งขึ้นเนื่องจากคดีทรัพย์สินทางปัญญาและคดีการค้าระหว่างประเทศมีลักษณะคดีพิเศษแตกต่างจากคดีทั่วไป จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีจากผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบที่ีมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ  ทั้งนี้ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม รวดเร็วมีประสิทธิภาพ และเป็นบรรทัดฐานได้รับความเชื่อถือในระดับสากล
     วิสัยทัศน์ (VISION)
อำนวยความยุติธรรมในระดับสากล
บริหารงานคดีอย่างมีประสิทธิภาพ
จัดการองค์ความรู้สู่ความเป็นเลิศ
คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
     พันธกิจ (MISSION)
พิจารณาพิพากษา และใช้การระงับข้อพิพาททางเลือกในคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิผล

     กฎหมายจัดตั้งศาล

               ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ เปิดทำการเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๐


     เขตอำนาจศาล

               ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และ
               วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีเขตอำนาจครอบคลุมท้องที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการและสมุทรสาคร
               แต่เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในท้องที่ภูมิภาค ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีเขตอำนาจครอบคลุมท้องที่ดังกล่าวทั่วราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การยื่นคำคู่ความและเอกสารต่างๆเป็นไปโดยสะดวกและประหยัด โจทก์ในคดีแพ่งสามารถจะยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลจังหวัดที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลก็ได้ และโจทก์ในคดีอาญาสามารถจะยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่ความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้น หรือจำเลยมีที่อยู่หรือถูกจับได้ หรือท้องที่ที่เจ้าพนักงานทำการสอบสวนจำเลยก็ได้


     ประเภทของคดีที่ขึ้นสู่ศาล

               ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศดังต่อไปนี้ 

               คดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ คดีอาญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดทางการค้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๑ - ๒๗๕ 
               คดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ คดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และคดีพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 
               คดีแพ่งหรือคดีอาญาเกี่ยวกับข้อพิพาทในการออกแบบวงจรรวม การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้า ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า ความลับทางการค้าและการคุ้มครองพันธุ์พืช 
               คดีแพ่งเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าหรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ การให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัยและนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง คดีแพ่งเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต ทรัสต์รีซีท รวมถึงการประกันภัยเกี่ยวกับกิจการดังกล่าว คดีแพ่งเกี่ยวกับการกักเรือ การทุ่มตลาด และการอุดหนุนสินค้าหรือการให้บริการจากต่างประเทศ คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีแพ่งเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทข้างต้น 

               กรณีที่มีปัญหาว่าคดีใดอยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ไม่ว่าปัญหาดังกล่าวจะปรากฏในศาลยุติธรรมใด ให้เสนอปัญหานั้นต่อประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด

     การดำเนินคดีในศาล

               เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงกำหนดให้มีการพิจารณาคดีติดต่อกันโดยไม่เลื่อนคดี เว้นแต่มีเหตุจำเป็น นอกจากนี้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยอนุมัติประธานศาลฎีกา มีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลได้ ทำให้การดำเนินคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็วและประหยัดอันเป็นลักษณะพิเศษซึ่งแตกต่างจากศาลอื่น

     กระบวนพิจารณาที่มีลักษณะพิเศษ

               เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและคดีการค้าระหว่างประเทศมีความรวดเร็ว เป็นธรรม ทันต่อการเยียวยาความเสียหายของคู่ความ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าประเทศกลางจึงได้พัฒนาปรับปรุงการดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและคดีการค้าระหว่างประเทศหลายประการ 
               ๑. การดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกับศาลยุติธรรมอื่นอาจทำผ่านทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ E-mail  เป็นต้น แทนการติดต่อทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษหรือใช้ประกอบกัน 
               ๒. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจนสามารถทำการสืบพยานบุคคลที่อยู่ในท้องที่ห่างไกลด้วยระบบการประชุมทางจอภาพ (Video Conference) อันเป็นการช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่ความเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาการสืบพยานด้วยระบบดังกล่าวได้ใช้สืบพยานบุคคลทั้งที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เป็นต้น
               ๓. คู่ความในคดีทรัพย์สินทางปัญญาสามารถยื่นคำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนฟ้องคดีได้ อนุญาตให้คู่ความเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นของพยานแทนการซักถามต่อหน้าศาล อนุญาตให้ไม่ต้องทำคำแปลเอกสารภาษาอังกฤษส่งต่อศาลหากเอกสารนั้นมิใช่พยานหลักฐานในประเด็นหลักแห่งคดี อนุญาตให้รับฟังข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ กรณีมีเหตุฉุกเฉินและจำเป็น จะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานไว้ก่อนก็ได้

     ระบบไกล่เกลี่ย

               ภายหลังคู่ความได้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว คู่ความอาจตกลงกันเลือกระงับข้อพิพาทโดยวิธีการไกล่เกลี่ยก็ได้ ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกและไม่ยุ่งยากซับซ้อน ในการนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้อำนวยความสะดวกแก่คู่ความที่เลือกใช้วิธีการไกล่เกลี่ยโดยจัดให้มีห้องไกล่เกลี่ยซึ่งมีบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับการเจรจาปรึกษาหารือ หากคู่ความเป็นชาวต่างประเทศ ก็จัดให้มีการไกล่เกลี่ยเป็นภาษาอังกฤษ 
               นอกจากนี้ ศาลได้ออกระเบียบศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อให้การดำเนินการไกล่เกลี่ยมีความเหมาะสม เป็นธรรม สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันถือได้ว่าการไกล่เกลี่ยในศาลประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยคู่ความต่างพอใจในระบบการไกล่เกลี่ยทั้งผลของการไกล่เกลี่ยและความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน 

 


     การอุทธรณ์

               คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาได้โดยตรงภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น 
               ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงกำหนดให้จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก หรือลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หรือศาลรอการลงโทษ หรือศาลรอการกำหนดโทษ หรือศาลลงโทษปรับเกินห้าพันบาท ในคดีแพ่งที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีนั้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ หรือรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ



เครื่องหมายราชการ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง



               ลักษณะเครื่องหมาย  มีลักษณะเป็นรูปกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง ๖ เซนติเมตร ลายกลางเป็นรูปพระดุลพาห มีรูปศีรษะ หนังสือ เครื่องบิน โลก และเรือสินค้าประกอบอยู่ด้วย ที่ขอบเครื่องหมายมีอักษรว่า “ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง”
              ความหมาย  พระดุลพาหตั้งอยู่ในส่วนบนของวงกลม หมายถึง ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นสถาบันที่ผดุงความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ส่วนล่างทางด้านซ้ายของวงกลมที่อยู่ใต้พระดุลพาหประกอบด้วยรูป ศีรษะ หนังสือ ซึ่งหมายถึง จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นที่มาของทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนทางด้านขวาประกอบด้วยเครื่องบิน รูปโลก และเรือสินค้า ซึ่งหมายถึง การค้าระหว่างประเทศ เมื่อนำมารวมอยู่ในฐานของพระดุลพาห จึงหมายถึง ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
              ประวัติการออกแบบ  เครื่องหมายราชการหรือตราของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ออกแบบโดย นางสาวพวงชมพู โชตินุชิต เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6ว กระทรวงยุติธรรม(ตำแหน่งในขณะนั้น)ซึ่งได้รับแนวความคิดมาจาก นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตำแหน่งในขณะนั้น)ที่ให้จัดทำตราของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางขึ้นโดยให้ยึดถือหลักว่า ตราของศาลนี้ควรจะมีลักษณะที่เข้าใจง่ายและควรประกอบด้วยศีรษะมนุษย์ เครื่องบิน และเรือสินค้าอยู่ด้วย เพื่อจะสื่อให้เข้าใจง่ายถึงลักษณะของทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คณะผู้บริหารชุดแรกของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น นายบุญรอด ตันประเสริฐ นายกนก อินทรัมพรรย์ และนายสุทธิพล ทวีชัยการ ล้วนมีส่วนในการคัดเลือกผู้ออกแบบ แสดงความคิดเห็นและติชม จนทำให้ตราของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีลักษณะตามที่ปรากฏในปัจจุบัน ต่อมาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดภาพเครื่องหมายราชการของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไว้เป็นเครื่องหมายราชการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 114 ตอนพิเศษ 91ง ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2540
              ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482  เครื่องหมายราชการ หมายถึง บรรดาเครื่องหมายซึ่งทางราชการจัดทำขึ้น เครื่องหมายราชการส่วนมากจะใช้ทั่วๆ ไป เช่น การจัดอบรม สัมมนา และพิมพ์นามบัตร เป็นต้น ซึ่งแสดงให้รู้ว่าจัดทำโดยหน่วยงานใด ส่วนตราประจำชาดหรือตราประจำศาลจะมีลักษณะเป็นตราแผ่นดิน มีลายกนก หรือลวดลายเป็นเครื่องหมายของสถานที่ราชการ และเป็นรูปเครื่องหมายของกระทรวงนั้นๆ เป็นลายสำคัญในดวงตรา ตราประจำชาดจะใช้ประทับในหมาย และใบเสร็จรับเงิน
               ดังนั้น เครื่องหมายราชการสำหรับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีลักษณะเป็นเครื่องหมายราชการ มิใช่ เป็นตราประจำชาด



บรรณานุกรม เรื่อง เครื่องหมายราชการ
สำหรับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

               สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายสารบรรณ กองกลาง, บันทึกข้อความ เรื่อง เครื่องหมายราชการสำหรับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง,ลว. 15 กันยายน 2540
               สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, บันทึกข้อความ ที่ ยธ 0201 (กช) / 593 เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,ลว. ๑๗ กันยายน ๒๕๔๐,เรื่อง เครื่องหมายราชการสำหรับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
               กระทรวงยุติธรรม กองกลาง หนังสือด่วนที่สุด ที่ ยธ. 0201 /34774, เครื่องหมายราชการสำหรับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง,ลว. 30 กันยายน 2540
               ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายพุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 152), ลว. 3 ตุลาคม 2540
               สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี หนังสือด่วนที่สุด ที่ นร.0207/15271 ลว. 13 ตุลาคม 2540 เรื่อง เครื่องหมายราชการของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
               หนังสือที่ระลึก เนื่องในโอกาสเปิดทำการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2540,หน้า 29-31 สุประดิฐ์ หุตะสิงห์,ประวัติ,www.coj.go.th,เข้าสืบค้นวันที่ 6 กันยายน 2555

จำนวนผู้เยี่ยมชม : 14148